14เรื่องน่ารู้ในการออกกำลังกาย

วันก่อนผมได้พูดถึงการรักษาร่างกายให้แข็งแรงต้านโรคภัยไปแล้ว และหนึ่งในนั้นก็คือการออกกำลังกาย การออกกำลังกายนั้นใช่ว่าสักแต่ออกกำลังอย่างเดียว ถ้าเกิดออกแบบผิดวิธีอาจจะส่งผลเสียแก่ร่างกายได้แทนที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง วันนี้ผมเลยนำเอาวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกวิธีมาฝาก เรามาดูกันครับว่าจะมีอะไรกันบ้าง

1. วิธีออกกำลังกายที่ดีที่สุดคือการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกายอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยใช้หลัก F.I.T F-Frequency 1 สัปดาห์ ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 3 วัน อย่างมาก 6 วัน I-Intensity ความหนักในการออกกำลังกาย ใช้อัตราการเต้นของชีพจรเป็นเกณฑ์ให้ได้ประมาณระหว่างร้อยละ 70-90 ของอัตราการเต้นสูงสุดของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากการนำอายุไป ลบออกจากเลข 220 คูณ 70 ถึง 90 หาร 100 ตัวอย่างเช่น : อายุ 20 ปี จะใช้ความหนักในการออกกำลังกาย (220-20) x 70 ถึง 90 หาร 100 เท่ากับ 140 ถึง 180 ครั้งต่อนาที และ T-Timeช่วงเวลาในการออกกำลังกายแต่ละวัน อย่างน้อย 10-15 นาที ใน 6 วัน อย่างมาก 30-45 นาที ใน 3 วัน

2. ดื่มนมช็อกโกแลตคลายเมื่อยล้า ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ตัมเบรีย อังกฤษ (UK) ศึกษาพบว่า นมช็อกโกแลตช่วยให้ปั่นจักรยานได้นานกว่าเครื่องดื่มบำรุงกำลังหลังเล่นกีฬา 51% และนานกว่าเครื่องดื่ม เกลือแร่ 43% การศึกษานี้สอดคล้องกับการศึกษาอื่นๆ คือ นมไขมันต่ำช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวหลังออกแรง-ออกกำลังได้ดีกว่าเครื่องดื่ม ชนิดอื่น เพราะอาหารที่มีโปรตีนช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวหลังออกกำลัง น้ำตาลนม หรือแล็กเทส (Lactate) ในนมช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ทำให้ระดับของเสีย (Lactate) ในกล้ามเนื้อลดลง จึงคลายอาการปวดเมื่อย

3. อิ่มแล้วออกกำลัง ช่วยให้ผอม คณะนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเซอร์เรย์ และอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ร่วมกันรายงานผลการศึกษา ในวารสารวิชาการแพทย์ ‘ต่อมไร้ท่อวิทยา’ ว่าการออกกำลังทันทีหลังจากกินจนอิ่มช่วยให้อดอาหารได้นานขึ้น และผอมลง เพราะร่างกายจะขับฮอร์โมนสะกดความหิวในขณะ ถูกใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้ที่ออกกำลังกายอยู่ประจำ ปกติจะรู้สึกไม่สู้หิวหลังออกกำลังเสร็จใหม่ๆ และ จะยังคงเป็นอยู่ จนถึงเวลากินมื้อหน้า และนี่นับเป็นการค้นพบ รูปแบบชีวิตที่มั่นคงและถูกสุขลักษณะที่กำลังเกรียวกราวในวงการสุขภาพ

4. อย่าออกกำลังกายทันทีที่ตื่นนอน เวลาที่เราเพิ่งตื่น ร่างกายจะยังปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดล้อมได้ไม่เต็มที่ ถ้าออกกำลังกายอาจจะบาดเจ็บ

5. ไม่ออกกำลังตอนเช้ามืด ผู้เชี่ยวชาญศึกษาพบว่า ก่อนดวงอาทิตย์จะขึ้น ต้นไม้จะยังคงขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา

6. ดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนออกกำลังกาย 6-8 ชั่วโมง ที่เราหลับ ความเข้มของเลือดจะเพิ่มขึ้นและผิวหนังก็คายน้ำออกมาตลอดเวลา จึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยหนึ่งแก้ว ก่อนออกกำลัง เพื่อป้องกันอาการหน้ามืด

7. ไม่ออกกำลังตอนหมอกลง หมอกมักเกิดพร้อมความดันอากาศต่ำ ทำให้มีมลพิษในอากาศมากกว่าปกติ คนที่อยู่ท่ามกลางหมอกถึงมักจะหายใจได้ไม่สะดวก และเป็นโรคปอดได้ง่าย ถ้าออกกำลังกลางหมอก

8. อย่าอาบน้ำทันทีขณะออกกำลัง รูขุมขนจะเปิดเพื่อขับเหงื่อ ถ้าถูกน้ำราดลงมา เส้นเลือดก็จะหดตัวลงทันที ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เป็นหวัดกันได้ง่ายๆ ระบบ การหายใจติดขัดจนอาจช็อกได้

9. ไม่ดื่มน้ำเย็นจัดหลังออกกำลังกาย การน้ำเย็นจัดๆ ดื่มหลังจากจ๊อกกิ้งมาหมาดๆ จะทำให้กระเพาะหดตัวเฉียบพลัน และอาจจะปวดท้องหรือท้องเสียได้

10. ไม่กินอาหารทันทีหลังออกกำลัง ขณะออกกำลัง เลือดลมจะสูบฉีดไหลเวียน ไปทั่วตัว ทำให้กระเพาะและน้ำย่อยมีประสิทธิภาพต่ำ การกินอาหารทันที หลังออกแรง อาหารจะถูกย่อยช้า จนเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

11. ตรวจก่อนอุ่นใจกว่า ถ้ามีอายุมากกว่า 35 ปี ควรตรวจสุขภาพว่ามีโรคหัวใจหรือไม่ก่อนการออกกำลังกาย

12. ไม่สบายไม่ฝืน ควรงดการออกกำลังกาย ในขณะเจ็บป่วย มีไข้ พักผ่อนไม่พอ

13. ออกกำลังในอุณหภูมิปกติ ควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนจัดหนาวจัด ฝนฟ้าคะนอง มลภาวะมาก และสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม

14. หยุดเมื่อมีสัญญาณเตือน ควรพักหากมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน และไปพบแพทย์

เป็นไงครับเพื่อนๆได้ปฏิบัติตามนี้หรือเปล่าครับ ถ้าทำได้ตามนี้รับรองว่าเพื่อนๆจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงแน่นอนเลยครับ วันนี้พอแค่นี้ก่อนรู้สึกจะง่วงนอนแล้วหล่ะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าด้วย ไว้วันหลังผมจะนำเคล็ดลับดีๆมาฝากอีกนะครับ
อ่านต่อ >>

9 วิธี ที่จะทำให้ผู้ชายอย่างเรามีสุขภาพดี

วันก่อนได้ดูข่าวในทีวีทำเอาใจคอไม่ดีเลย ก็เรื่องอะไรซะอีกก็เรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009ไง อุ๊แม่เจ้า อยากจะบ้าตายก็อีแค่เรื่องวุ่นๆทุกวันนี้ยังไม่พออีกหรือ ไหนจะการเมือง ไหนจะของแพง โอ๊ยอยากจะบ้าตายวันละหลายๆรอบ แล้วนี่ยังจะต้องระวังตัวให้รอดพ้นจากไอ้ไข้หวัดนี่อีกต่อไปไม่รู้ว่าจะมีโรคอะไรโผล่มาให้เราจะต้องหวาดกลัวกันอีกก็ไม่รู้ แต่ก็ยังดีที่หลายฝ่ายต่างพากันมารณรงค์ให้เรารู้จักการป้องกันตัวให้รอดพ้นจากโรคนี้ แต่ผมว่าไม่มีวิธีไหนจะสู้การรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอหรอก วันนี้ผมเลยนำเอาวิธีการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงแบบฉบับผู้ชายมาฝากกัน ลองปฏิบัติกันดูรับรองว่าจะแข็งแรงกันทุกคนเลยครับ
1.ดื่มน้ำ
ตื่นเช้าดื่มน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว การดื่มน้ำทันทีหลังตื่นนอนนั้นดีต่อสุขภาพ ( ควรดื่มก่อนแปรงฟัน ) เพราะน้ำลายในปากจะมีแบคทีเรียที่ดีต่อลำไส้ช่วยเรื่องการขับถ่าย และยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง
ต่อมลูกหมากอักเสบ และในระหว่างวันควรดื่มน้ำให้เพียง ทราบมั้ยว่าถึงคุยอยู่ในห้องแอร์ไม่ได้เสียเหงื่อ คุณก็เสียน้ำไปพร้อมกับลืมหายใจนะจะบอกให้ ฉนั้นดื่มน้ำเถอะครับ

2.อาหารเช้า
หลาย คนบอกว่ามันวุ่นวายเหลือเกิน ไม่มีเวลาทานหรอก แต่ทรายมั้ยครับว่ามื้อเช้าช่วยลดความเสี่ยงสุขภาพไปได้เยอะ ทั้งเรื่องหลอดเลือดอุดตัน โรคหัวใจ และอัลไซเมอร์ ถึงจะยุ่งยังไงแนะ
นำให้ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนเย็นแล้วก็ได้ครับ เช้า ๆ ให้ได้อะไรรองท้องหน่อย ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมเลยล่ะครับ

3.ผลไม้
วิตามิน และเกลืแร่ในผลไม้ จำเป็นสำหรับสุขภาพของคุณมากนะครับ แน่นอนครับสำหรับผู้ชายเรา ผลไม้มักเป็นอาหารที่เรามองข้ามไปเสมอ ลองฝึกนิสัยง่าย ๆ ว่า ไปซื้อของรอบหน้า เลือกผลไม้ซัก
อย่างติดมือกลับมาแช่ไว้บ้างก็ดีนะครับจะได้หยิบทานได้สะดวก

4.ออกกำลังกาย (บ้างก็ดี)
งาน ทำเยอะไปก็ไม่ดีนะครับ ทำให้เราเสียสุขภาพเอาง่าย ๆ ได้นะครับ (ผมเองก็เป็นแบบนั้นมาแล้ว) ลองออกกำลังกายบ้าง อาจจะอยู่บ้านก็ได้ไม่ต้องไปที่ใหนไกล ดัมเบล ซักสองตัว ก็เรียกความฟิต
ได้อย่างไม่น่าเชื่อนะครับ หรือไม่ก็ลองหาเวลาออกกำลังกายกลางแจ้งบ้างก็ได้ วิ่ง, จักรยาน, หรือฟุตบอล ก็เข้าท่าดี

5.ครีมกันแดด
โห… ผุ้ชายอะไรฟะ ฟอกกันแดดไปได้ อย่ามองข้ามเชียวนะครับ เพราะแสงแดดทุกวันนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนนะ คุณลองถามตัวเองดูสิ เมื่อตอนเด็ก ๆ คุณวิ่งเล่นกลางแดดน่ะ มันแสบร้อนอย่างทุก
วันนี้ หรือเปล่า ด้วยปรากฏการณ์หลาย ๆ อย่างทำให้แสงแดดทุกวันนี้น่ากลัวมากขึ้น อย่างเบาะ ๆ มันก็ทำให้ผิวคุณเสื่อมโทรมเร็วขึ้น บางทีก็ทำให้เกิดเสียว ฝ้า หนักเข้าในระยะยาวเป็นมะเร็งได้นะครับ !

6.ทานเมนูปลา
เนื้อ ปลาดีต่อสุขภาพนะครับ เลือกเมนูปลาให้ตัวเองบ่อย ๆ หน่อยก็ได้(ถ้าทุกวันก็คงเบื่อแย่) เลือกก็ไม่ต้องไปกินปลา แพง ๆ เพื่อ Omega 3 แบบสุด ๆ ก็ได้เพราะบางทีปลาราคาถูกกว่าแต่คุณค่าดี
กว่า ก็เยอะอย่างปลาซาร์ดีน มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ดีต่อหลอดเลือดหัวใจ ระบบประสาท และสุขภาพจิต มี Omega 3 พอ ๆ กับปลาแซลม่อน แต่ให้แคลเซี่ยมสูงกว่ามาก แล้วราคายังถูกกว่าอีกตะหาก

8. หัดมองโลกในแง่ดี
ไม่ ได้พูดประชดนะ ผมหมายถึงต้อง “หัด” กันจริง ๆ นะไอ้การมองโลกในแง่ดีเนี่ย เพราะทุกวันนี้สภาพแวดล้อม การทำงาน การเงิน … โอ๊ย… จิปาถะ ล้วนเข้ามาทำให้จิตใจเราว้าวุ่น บางทีเราก็
เผลอกลายเป็นพวกคิด ลบตลอดเวลา ทราบมั้ยครับว่าการคิดลบเนี่ยเป็นผลเสียตัวร่างกายคุณทุกระบบ โดยเฉพาะ คุณภาพเซ็ก ของคุณนั่นแหละจะออกอาการก่อนทุกอย่างเลย

9.ไปเที่ยวบ้าง
ไป เที่ยวบ้างนะครับ (อันนี้เผื่อตัวผมเองด้วยนิดหน่อย 555) อย่างหมกอยู่กับงานมากนัก ลองหาเว็บไซต์นำเที่ยว แล้วดูข้อมูลการเที่ยวดี ๆ ซักแพ็กเก็ต ก็เข้าท่านะครับ เพราะถ้าคุณเวลาน้อยผมแนะนำให้เลือกซื้อแพ็กเก็ตที่บริษัทนำเที่ยว
เขา จัดไว้ให้จะดีที่สุด เพราะช่วยประหยัดเวลา และมีเป้าหมายชัดเจนว่าจะได้ไปเที่ยวที่ใหนบ้างแต่ถ้าคุณมีเวลาเยอะล่ะก็ เป้ใบเก่ง กับเงินติดกระเป๋า ก็ออกเดินทางได้เลย ไปแบบเรื่อย ๆ เหนื่อพัก หนักงาน หิวกิน ง่วงนอน ตะลอนซะให้พอใจ เติมไฟให้พอ แล้วค่อยกลับมาลุยต่อ ก็เยี่ยมเลยล่ะ
เป็นไงบ้างครับพอจะทำตามได้ไหมครับ ก็พยายามกันหน่อยแล้วกันเพื่อสุขภาพที่ดีจะได้พร้อมรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ครับ
อ่านต่อ >>